ป้ายกำกับ:, ,

ลอดช่องน้ำกะทิ เมนูขนมใส่น้ำแข็ง สูตรขนมไทยโบราณคลายร้อนเย็นสดชื่นทุกคำ

ลอดช่องน้ำกะทิ เมนูขนมใส่น้ำแข็ง สูตรขนมไทยโบราณคลายร้อนเย็นสดชื่นทุกคำ

ใครใจกล้าไปซื้อเครื่องกดขนมลอดช่องรอเลย จะได้เอามาทำเมนู ลอดช่องน้ำกะทิ สูตรจาก คุณ RinS CookBook เส้นลอดช่องเหนียวนุ่มรวมทั้งสีงามธรรมชาติ มาพร้อมขั้นตอนการทำกะทิใส่น้ำตาลปี๊บ ใส่น้ำแข็งเกล็ดเพิ่มความชุ่มเย็น

ส่วนประกอบ ลอดช่องน้ำกะทิ

• ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ1 ปอนด์ (ราวๆ 450 กรัม)
• น้ำปูนใส 9+1/2 -10 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
• แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเย็นจัด
• น้ำแข็งตี

ส่วนประกอบ น้ำกะทิ

• น้ำตาลปี๊บ 3 1/2 -4 ถ้วย
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• กะทิ 5 ถ้วย

วิธีการทำลอดช่องน้ำกะทิ

1. ทำกะทิโดยใส่น้ำตาลปีบ เกลือป่น รวมทั้งน้ำกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนประกอบเข้าด้วยกันจนถึงน้ำตาลปีบละลายถูกกันดี กรองด้วยที่กรอง
2. นำส่วนประกอบน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง ต้มจนกระทั่งกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนประกอบเดือดเฉพาะกึ่งกลาง ไม่เดือดลนลาน เพื่อไม่ให้น้ำกะทิแตกมัน) ราวๆ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งเอาไว้กระทั่งเย็น จัดแจงไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งเอาไว้ข้ามคืนได้)
3. ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น และก็ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นกระทั่งละเอียด แล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำ ตระเตรียมไว้
4. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งสิงคโปร์ แล้วก็แป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปลดปล่อยให้แป้งเบาๆจมลงไปในน้ำกระทั่งหมด (วิธี : ปลดปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอคอยราว 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อมั่นอกมั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวกันจนเป็นก้อน รวมทั้งละลายกับน้ำทั้งปวง) เพียงพอแป้งจมลงหมดแล้ว เบาๆคนผสมกระทั่งเข้าดี ต่อจากนั้นกรองด้วยที่กรอง จัดเตรียมไว้
5. ใส่ส่วนประกอบลงในกระทะตูดลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดระยะเวลา ใช้เวลาโดยประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอเพียงแป้งเริ่มเหนียว เบาๆเทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนถึงหมด กวนจนกระทั่งส่วนประกอบเหนียว และก็มีสีใส
6. ตักส่วนประกอบแป้งใส่เครื่องกดลองช่องน้ำกะทิ กดแป้งเป็นเส้นๆลงในน้ำเย็นจัด หลังจากนั้นตักส่วนประกอบขึ้น ใส่ลงในถ้วย และก็ตามด้วยกะทิที่ตระเตรียมไว้ แล้วก็น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ…

Continue Reading

ขนมมันสำปะหลัง ขนมไทยโบราณไม่มีแป้งบดนุ่มหนึบอร่อยปาก

ขนมมันสำปะหลัง ขนมไทยโบราณไม่มีแป้งบดนุ่มหนึบอร่อยปาก

กล่าวถึง ขนมมัน ที่ทำมาจากมันสำปะหลัง คนไม่ใช่น้อยคงจะระลึกถึงของหวานมันเชื่อม ของหวานมันปิ้งหรือของหวานมันทิพย์ แต่ว่าถ้าเกิดพูดถึงของหวานมันนึ่งบางทีอาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเนื่องจากหาซื้อยากมากมาย เอาละ… ถ้าเกิดขาดตลาดแบบงี้จำต้องทำเองสักหนึ่งครั้ง ขอนำเสนอวิธีการทำของหวานมันสำปะหลัง ไม่ต้องใส่แป้งรวมทั้งน้ำกะทิก็อร่อย เนื้อใสเหนียวนุ่มนึ่งร้อนๆคลุกกับมะพร้าวขูด ไปตระเตรียมพิมพ์หรือล้างถ้วยดอกไม้ไฟคอยเลยจ้ะ

ส่วนประกอบ ขนมมัน

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อมันสำปะหลัง (ขูดละเอียด) 400 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำใบเตย 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่นเล็กน้อย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ถ้วยตะไล (สำหรับนึ่ง)

วิธีการทำขนมมันนึ่ง

1. ผสมเนื้อมันสำปะหลังขูดกับน้ำตาล เบาๆเทน้ำใบเตยลงนวดให้ถูกกันกระทั่งน้ำตาลละลาย
2. ตักส่วนประกอบใส่ถ้วยดอกไม้ไฟแล้วค่อยนำไปวางเรียงในชุดนึ่ง
3. นำชุดนึ่งที่ใส่น้ำแล้วขึ้นตั้งไฟคอยจนกระทั่งน้ำเดือด ยกชุดนึ่งที่ใส่ของหวานวางลงไปนึ่งราวๆ 10-15 นาที หรือกระทั่งของหวานสุก นำออกมาพักไว้ให้เย็น
4. นำเนื้อมะพร้าวขูดไปนึ่งโดยประมาณ 5 นาที แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำออกมาคลุกกับเกลือป่นบางส่วน
5. แคะของหวานมันออกมาจากพิมพ์ นำไปคลุกกับมะพร้าวขูดที่ตระเตรียมไว้ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ…

Continue Reading

ทองชมพูนุท ขนมไทยโบราณสีงามกลิ่นหอมหวนเพิ่มเติมความหวาน

ทองชมพูนุท ขนมไทยโบราณสีงามกลิ่นหอมหวนเพิ่มเติมความหวาน

รักคนไหนกันแน่ยินดีผู้ใดกันแน่ ต้องการให้ทดลองทำเมนู ทองชมพูนุท สูตรขนมไทยโบราณสีชมพูหวานแหวว กลิ่นหอมหวนบดนุ่มชิ้นเพียงพอคำ จัดแจงมอบเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์กันเถิด

สวัสดีจ้ะ มิได้พบกันนานเลย วันนี้พวกเราจะเชิญชวนมาทำ “ขนมทองชมพูนุท” ขนมไทยโบราณที่กับเทศกาลวาเลนไทน์สุดๆไปเลยจ้ะ บางบุคคลบางทีอาจจะจินตนาการรสไม่ออกว่ารสจะเป็นยังไง ให้รำลึกถึงทองเอกจ้ะ ทองเนื้อแท้จะรสใกล้เคียงอย่างนั้น แต่ว่ามีสีชมพู เพราะว่าคำว่าทองธรรมชาติ หมายความว่า ทองเนื้อเก้า เป็นทองคำบริสุทธิ์ มีสีเหลืองเข้มออกแดง ของหวานที่ทำออกมาก็เลยมีเนื้อแดงเจือชมพูจ้ะ เกริ่นมามากละ ไปทำกันเลยดีกว่า

ส่วนประกอบ ทองชมพูนุท

แป้งข้าวเจ้า 60 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 15 กรัม
น้ำตาล 85 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำกะทิ 115 กรัม
ไข่แดง (ไข่ไก่) 2 ฟอง
สีผสมอาหารสีชมพู

วิธีการทำทองชมพูนุท

​​​​► ผสมอาหารแห้ง อาทิเช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล รวมทั้งเกลือ

​​​​► คนจะกว่าจะเข้ากัน

​​​​► แบ่งใส่น้ำกะทิ 2-3 รอบ แล้วคนให้ส่วนประกอบมีเนื้อเนียน

​​​​► กรองส่วนประกอบผ่านที่กรองกะทิ

​​​​► นำส่วนประกอบขึ้นตั้งไฟ กวนด้วยไฟอ่อน

​​​​► เมื่อส่วนประกอบเริ่มจับตัวกันมีลักษณะที่กลายเป็นก้อน ให้ “ปิดไฟ”

​​​​► ใส่ไข่แดง แล้วคนส่วนประกอบให้เนียนเหมาะดี

​​​​► เมื่อส่วนประกอบเหมาะก็ดีแล้ว ให้ “เปิดไฟ” อีกที กวนต่อด้วยไฟอ่อน

​​​​► เมื่อส่วนประกอบไม่ค่อยติดกระทะแล้ว ให้หยดสีชมพู ลงไป 2-3 หยด

​​​​► กวนถัดไป (กวนพร้อมบี้แป้งไปด้วย)

​​​​► กวนต่อจนถึงส่วนประกอบร่อนออกมาจากกระทะและไม่ติดพาย จะได้ดังรูป

​​​​► นำของหวานมาผึ่งให้เย็นลง โดยใช้พายตัดเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อของหวานระบายความร้อน

​​​​► เมื่อของหวานเย็นแล้ว เอามากดลงพิมพ์ โดยควรจะกดให้แน่น จะก่อให้ของหวานที่ได้มีลายชัดแจ๋ว สวย และหลังจากนั้นก็ค่อยๆแกะออกมาจากพิมพ์ โดยดึงขอบพิมพ์ (ในกรณีที่เป็นพิมพ์ซิลิโคนสามารถดึงได้) แล้วเอานิ้วโป้งกดกึ่งกลางพิมพ์ให้ของหวานเบาๆหลุดออกมา

​​​​► จะได้ของหวานทองเนื้อแท้ ออกมาน่ารักน่าเอ็นดู งดงาม น่าลิ้มลอง หากคนไหนกันแน่มีพิมพ์ทองเอก สามารถประยุกต์ใช้ได้นะคะ แต่ว่าตอนเอาของหวานออกมาจากพิมพ์บางครั้งอาจจะจะต้องเคาะแรงหน่อยนึง

​​​​► เสร็จและจากนั้นจึงนำไปอบควันเทียนเพิ่มความหอมจ้ะ แม้กระนั้นหากคนไหนใช้น้ำกะทิอบควันเทียนอยู่รวมทั้งสบายเลย ไม่ต้องอบซ้ำแรง

​​​​► หวังว่าจะชอบกันนะคะ…

Continue Reading

เมนูของหวานชาววัง ขนมครก น้ำกะทิข้น หวานมันใส่เครื่องแน่นสะใจ

เมนูของหวานชาววัง ขนมครก น้ำกะทิข้น หวานมันใส่เครื่องแน่นสะใจ

สูตรขนมครกชาววัง ขนมไทยโบราณรสหวานมัน หน้าน้ำกะทิเยิ้มๆเครื่องแน่นๆที่หาไม่ได้จากร้านค้าไหน ถ้าเกิดอยากได้จำเป็นต้องทำเอง! ถ้าเกิดพร้อมแล้วมาดูแนวทางการทำกันดีกว่า

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 1 

น้ำกะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำอุ่น 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
ข้าวสวย 1/4 ถ้วย
น้ำกะทิ 1/4 ถ้วย (สำหรับใส่เครื่องปั่น)
น้ำตาล 4 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนประกอบ ส่วนที่ 2

น้ำกะทิ 1 ถ้วย
น้ำตาล 1/4 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

สูตรขนมครกชาววัง หน้าของหวาน

ข้าวโพด
ต้นหอมตรอก
ฟักทอง

วิธีการทำ

1.ทำส่วนประกอบของตัวขนมครกก่อน ผสมน้ำกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำอุ่น แล้วก็น้ำปูนใสในจานชามผสม คนจะกว่าจะเข้ากัน
2นำข้าวสวยไปปั่นในเครื่องปั่นโดยใส่กะทิ 1/4 ลงไป และน้ำตาลรวมทั้งเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนประกอบนี้ลงถ้วยชามน้ำกะทิข้อที่ 1
3.ทำหน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งจานชามโดยใส่น้ำกะทิ น้ำตาล เกลือและก็แป้งข้าวเจ้า คนจะกว่าจะเข้ากัน
4.ตระเตรียมกระทะหลุมสำหรับทำขนมครก ทาน้ำมันพืชให้ทั่วกระทะ เทน้ำกะทิที่เป็นตัวของหวานลงไปก่อน เทให้เกือบจะถึงขอบหลุม
5.ทิ้งเอาไว้ครู่หนึ่งรอคอยให้ตัวของหวานสุกดี แล้วจากนั้นก็เทน้ำกะทิส่วนของหน้าของหวานตามลงไป โรยด้วยหน้าต่างๆที่ตระเตรียมไว้ ตัวอย่างเช่น ข้าวโพด ต้นหอม รวมทั้งฟักทอง
6.เมื่อเริ่มมีความคิดเห็นว่าหน้าของหวานเริ่มสุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอคอยเสิร์ฟได้เลยจ้ะ…

Continue Reading

ขนมไทยโบราณนุ่มหนึบหนับ ครองแครงอัญชันน้ำกะทิสด สีฟ้าเป็นธรรมชาติ

ขนมไทยโบราณนุ่มหนึบหนับ ครองแครงอัญชันน้ำกะทิสด สีฟ้าเป็นธรรมชาติ

ครองแครงอัญชันน้ำกะทิสด เป็นของหวานซึ่งสามารถใส่สีสันลงไปได้ตามถูกใจ ไม่ว่าจะสีเขียว สีฟ้า หรือสีชมพู ถ้าเกิดให้ดีจำเป็นต้องใช้สีจากธรรมชาติ สีจะงามน่าอร่อย แถมมีสาระ สีฟ้าที่ได้จากอัญชัน ตัวสีจะไม่กระโดดของหวานน่าอร่อยเพิ่มมากขึ้น

ส่วนประกอบ

แป้งมัน 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วย
น้ำกิน 2/3 ถ้วย
ดอกอัญชันเอามาต้มคั้นมัวแต่น้ำ ½ ถ้วย
น้ำกะทิสด 3 ถ้วย
น้ำตาล 1 ¼ ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ใบเตยหอม

ครองแครงอัญชันน้ำกะทิสด อร่อยติดใจทุกคำที่ได้กินแน่นอน แถมวิธีทำก็ไม่ได้ซับซ้อน

วิธีการทำ

1. ผสมแป้งข้าวเจ้า รวมทั้งแป้งสิงคโปร์ ผสมกัน นำน้ำอัญชันผสมลงไปทีละเล็กละน้อย

2. นวดให้ถูกกัน จนกระทั่งแป้งเป็นเงา

3. โรยแป้งทาหน้าลงไปในแม่พิมพ์ ต่อจากนั้นก็จับแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมๆแล้วกดลงบนแม่พิมพ์

4. นำของหวานไปต้มจนกระทั่งของหวานเปลี่ยนเป็นสีใส จตนของหวานลอยตัวขึ้น ก็ตักออกมาแช่น้ำเย็น

5. ทำน้ำกะทิสด โดยต้มน้ำกะทิกับน้ำตาล ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย รวมทั้งเพิ่มความหอมด้วยใบเตย ต้มด้วยไฟอ่อน อย่าให้น้ำกะทิเดือด เพราะเหตุว่าน้ำกะทิจะแตกมันเปลี่ยนเป็นน้ำกะทิแกงโดยทันที

6. ตักตัวครองแครงใส่ถ้วย แล้วต่อจากนั้นก็ราดกะทิ และก็ตามด้วยงาคั่วหอมๆ…

Continue Reading

ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อหนึบหอมเข้มกลิ่นใบเตย

ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อหนึบหอมเข้มกลิ่นใบเตย

เคยทดลองยัง รายการอาหาร ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อนุ่มหนึบ หอมกลิ่นใบเตย ราดกะทิเค็มมันจะซื้อก็หายาก ทำเองง่ายดายยิ่งกว่ามาก
ขนมเปียกปูนกะทิสดเป็นอาหารหวานไทยที่อร่อยแล้วก็กระบวนการทำไม่ยุ่งยาก มาดูแนวทางการทำกันจ้ะ


ส่วนประกอบ ขนมเปียกปูนกะทิสด

• แป้งข้าวเจ้า ถ้วยตวง
• 
แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
• 
น้ำปูนใส ถ้วยตวง
• 
น้ำใบเตย ถ้วยตวง
• 
เกลือบางส่วน
• 
น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง
• 
น้ำตาลปีบ 120 กรัม

ส่วนประกอบ กะทิราดหน้าขนม

• น้ำกะทิ 500 กรัม
• 
เกลือเพียงแค่จับมือ
• 
แป้งข้าวเจ้า ช้อนชา (จะใส่หรือเปล่าใส่ก็ได้นะคะ แต่ว่าที่ใส่เพื่อกะทิข้น)
• 
งาขาวคั่ว

วิธีการทำขนมเปียกปูนกะทิสด

• นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำปูนใส และก็น้ำใบเตยผสมกันรวมทั้งนวดจนถึงถูกกันดี

• ใส่เกลือ น้ำตาล และก็น้ำตาลปีบ นวดต่อจนถึงถูกกันดี

• กรองส่วนประกอบแป้งด้วยที่กรอง รอบ

• ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน เพียงพอแป้งเริ่มจับตัวกันจนเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน เบาๆกวนต่อจนถึงส่วนประกอบเนียนเหมาะดี พินิจจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา หากแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้วจ้ะ (มองแนวทางการทำในคลิปวิดีโอ)

• ตักของหวานแฉะปุใส่ถุงบีบ และก็ใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย

วิธีการทำ กะทิราดหน้าขนม

• ใส่หัวกะทิลงในหม้อ และก็ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมกระทั่งเดือด เสร็จแล้วตักน้ำกะทิราดหน้าของหวานแฉะปูนเลยจ้ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอม

• สูตรนี้จะทำจำนวนกี่ครั้ง รับประทานจำนวนกี่ครั้งก็อร่อยจ้ะ

Continue Reading

สังขยาฟักทองขนมไทยโบราณ อร่อยนุ่มละมุนลิ้น ลูกเดียวอิ่มคุ้มทั้งครอบครัว

สังขยาฟักทองขนมไทยโบราณ อร่อยนุ่มละมุนลิ้น ลูกเดียวอิ่มคุ้มทั้งครอบครัว

เมนูจากฟักทองเอามาทำกับข้าวคาวจนถึงเบื่อแปลงแนวมาทำขนมหวานรับประทานเพลิดเพลินๆดีมากยิ่งกว่า โดยยิ่งไปกว่านั้นรายการอาหารสังขยาไข่ที่ได้รับความนิยม ขอนำเสนอวิธีการทำ สังขยาฟักทอง หรือ ฟักทองสังขยา เนื้อฟักทองนึ่งเหมาะดีกับสังขยาหวานหอม หากรับประทานทั้งยังลูกมองทุกข์ยากลำบากไปทดลองปรับเปลี่ยนเป็นรายการอาหารสังขยาฟักทองแบบถาดก็เข้าทีนะคะ

แจกสูตร สังขยาฟักทอง ขนมหวานไทยยอดฮิต

ส่วนประกอบ สังขยาฟักทอง

• ฟักทอง (พันธุ์ศรีเมือง) ลูกเล็กไม่เกิน 1 กิโล ปริมาณ 2 ลูก
• หัวกะทิ 250 กรัม
• น้ำตาลปีบ (น้ำตาลโตนด) 500 กรัม
• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• ไข่เป็ด 3 ฟอง
• ใบเตย 5 ใบ
• เกลือ (นิดหน่อย)

วิธีการทำ สังขยาฟักทอง

ใช้มีดเจาะไปที่ขั้วฟักทองเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ใช้ช้อนขูดเอาเม็ดและก็ไส้ฟักทองออก แล้วก็ค่อยนำไปล้างให้สะอาดผึ่งไว้จนแห้ง

เทหัวกะทิ น้ำตาลปีบ ตอกไข่ แล้วก็ใส่เกลือลงไป

ใช้ใบเตยขยำให้ส่วนประกอบทั้งหมดทุกอย่างถูกกัน

กรองด้วยที่กรองกะทิแล้วก็ให้เทใส่ด้านในลูกฟักทอง (ส่วนประกอบสังขยาสูตรนี้จะทำเป็นกับฟักทอง 2 ลูกนะคะ)

นำไปนึ่งในน้ำเดือด แล้วต่อจากนั้นก็ลดเป็นไฟอ่อน ใช้เวลานึ่งโดยประมาณ 1 ชั่วโมง (หมั่นเปิดฝาดูทุกๆ20 นาทีนะคะ)

ครบเวลาแล้ว สังขยาฟักทองสุกน่ารับประทาน

พักสังขยาฟักทองให้เย็น และหลังจากนั้นก็ค่อยนำมาผ่าครึ่ง แบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ

เนื้อเนียนงาม นุ่มละมุนลิ้น อร่อยสุดๆ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view154330.html

Continue Reading

ขนมตาล สูตรขนมไทยโบราณสีเหลืองนวลเนื้อเหนียวนุ่ม

ขนมตาล สูตรขนมไทยโบราณสีเหลืองนวลเนื้อเหนียวนุ่ม

ขนมตาล เหนียวนุ่ม ขนมไทยโบราณสีเหลืองทองน่ากิน รีบไปพบซื้อเนื้อดวงตาลแล้วเตรียมเข้าครัวกัน

จะมีสักกี่ผู้ที่เดินผ่านร้านค้าขายขนมไทยโบราณในขณะกำลังนึ่ง ขนมตาล ร้อนๆแล้วจะไม่หยุดชะงักไปกับกลิ่นหอมหวนๆของขนมไทยโบราณถ้วยนี้ สีเหลืองสดใส่อยู่ในกระทงใบตอง หรือยุคนี้ก็อยู่ในถ้วยตะไลเล็กๆเนื้อเหนียวนุ่ม รสหวานกำลังพอดี

ส่วนผสม ขนมตาล

• น้ำตาลทราย 400 กรัม
• กะทิ 3 ถ้วย
• เนื้อลูกตาลสุก 400 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
• มะพร้าวขูดเส้นเล็ก 2 ถ้วย
• เกลือเล็กน้อย (สำหรับคลุกมะพร้าว)

วิธีการทำขนมตาล

1. ละลายน้ำตาลทรายในน้ำกะทิให้ถูกกันแล้วเนื้อดวงตาลลงไป คนจนเข้ากัน
2. เพิ่มแป้งแล้วก็ผงฟูลงไป คนจนเข้ากันจนถึงเนียน
3. กรองส่วนประกอบ พักไว้ ราว 10 นาที กระทั่งของหวานขึ้นฟู
4. ใส่น้ำลงในชุดนึ่ง เรียงถ้วยดอกไม้ไฟ เปิดไฟกึ่งกลาง จัดเตรียมไว้
5. ตักส่วนประกอบยอดลงในถ้วยดอกไม้ไฟจนถึงเต็มถ้วย โรยด้วยมะพร้าวคลุกเกลือ นึ่งโดยประมาณ 15-20 นาที
6. ชูลงจากเตา พักให้เย็นแซะออกมาจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view88729.html

Continue Reading

วุ้นกะทิใบเตย เมนูวุ้นสลับสีเย็นเจี๊ยบเพิ่มพลังหลังเที่ยงตรง

วุ้นกะทิใบเตย เมนูวุ้นสลับสีเย็นเจี๊ยบเพิ่มพลังหลังเที่ยงตรง

บ่ายแล้วไม่มีอะไรรับประทานเล่นเลย นี่ยังไงมาทำรายการอาหาร วุ้นกะทิใบเตย ขนมไทยโบราณหวานหอมใบเตยประสานรสเค็มมันจากกะทิ จับแช่เย็นยิ่งอร่อย อิ่มพุงกางไม่รู้ตัว

ส่วนประกอบ วุ้นใบเตย

• น้ำเปล่า 2 ถ้วย (ถ้าหากอยากได้ความหอมให้ผสมกลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา)
• ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
• น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย ถึง 1 ถ้วย

ส่วนประกอบ วุ้นกะทิ

• กะทิ 2+1/2 ถ้วย
• ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น ปลายช้อนชา

วิธีการทำ วุ้นกะทิใบเตย

1. ทำวุ้นใบเตย โดยใส่น้ำรวมทั้งผงวุ้นลงในหม้อ คนให้ผงวุ้นกระจัดกระจายทั่วๆและไม่เป็นก้อน พักทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยว แล้วนำขึ้นตั้งไฟกึ่งกลางอ่อน คนผสมเรื่อยจนกระทั่งเริ่มเดือดรวมทั้งผงวุ้นละลายหมด แล้วต่อจากนั้นเพิ่มเติมน้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลาย
2. ใส่น้ำใบเตยคั้นลงไปคนผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากัน คอยจนกระทั่งเดือดอีกที ปิดไฟ ชูลงจากเตาแล้วนำส่วนประกอบไปกรอง พักไว้จนถึงเริ่มอุ่น
3. เทส่วนประกอบวุ้นใบเตยใส่ลงพิมพ์ที่จัดเตรียมไว้โดยประมาณครึ่งพิมพ์ หลังจากนั้นนำไปแช่เย็นกระทั่งเซตตัว
4. ทำวุ้นน้ำกะทิ โดยใส่น้ำกะทิลงในหม้อ และก็ตามด้วยผงวุ้น ต่อจากนั้นคนให้ผงวุ้นกระจัดกระจายทั่วๆนำขึ้นตั้งไฟกึ่งกลางอ่อน คนยากจนผงวุ้นละลาย แล้วก็น้ำกะทิเริ่มเดือด (แม้กระนั้นไม่ต้องแตกมัน) แล้วต่อจากนั้นเพิ่มน้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ ชูลงจากเตา พักไว้จนถึงเริ่มอุ่น
5. ตักส่วนประกอบวุ้นน้ำกะทิหยอดลงในพิมพ์ทับวุ้นใบเตยจนถึงเต็มพิมพ์ (จะต้องมั่นใจว่าวุ้นใบเตยข้างล่างเซตตัวการแล้ว) นำวุ้นไปแช่เย็นกระทั่งเซตตัว นำออกมาจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view174801.html

Continue Reading

วิธีการทำ ฟักทองเชื่อม ขนมไทยโบราณหอมหวานหลากหลายไม่มีเบื่อ

วิธีการทำ ฟักทองเชื่อม ขนมไทยโบราณหอมหวานหลากหลายไม่มีเบื่อ

คนไหนกันแน่สายหวานจะต้องจัดรายการอาหารขนมหวาน ฟักทองเชื่อม รับประทานสักลูกให้สดชื่นจ้ะ ฟักทองเนื้อแน่นแฟ้นต้มกับน้ำเชื่อมหอมใบเตย ไม่ต้องแช่น้ำปูนใสเนื้อก็อร่อยไม่เหลว รับประทานเพียวๆก็อร่อย หรือราดกะทิตัดมันก็เวิร์กจ้ะ

ส่วนประกอบ ฟักทองเชื่อม

• ฟักทอง 1/2 ลูก (เลือกที่เนื้อแน่นจะก่อให้ฟักทองเชื่อมมีเนื้อเหนียว)
• น้ำตาล 2 ถ้วยตวง
• น้ำดื่ม 2 ถ้วยตวง
• ใบเตย 5 ใบ

วิธีการทำฟักทองเชื่อม

1. หั่นฟักทองออกเป็นชิ้นดกๆใช้มีดควักไส้ออกให้เกิดความงดงาม (ถ้าเกิดมีน้ำปูนใสให้นำฟักทองไปแช่ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นเอามาล้างน้ำให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำตระเตรียมไว้)
2. ใส่น้ำตาลลงในหม้อเชื่อม และก็ตามด้วยน้ำ และก็ใบเตย นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนให้น้ำตาลละลายหมด
3. ใส่ฟักทองลงไปในหม้อแล้วรีบเป็นไฟแรงสุด หลังจากนั้นคอยกระทั่งเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน (ใช้ความร้อนเพียงแค่พอเพียงเดือดปุดๆ) เชื่อมฟักทองไปเรื่อย(ไม่ต้องคนเพราะว่าจะมีผลให้น้ำตาลเกาะกันเป็นก้อน) ราวๆ 1 ชั่วโมง รวมทั้งหมั่นตักน้ำเชื่อมในหม้อราดลงบประมาณนชิ้นฟักทองที่ไม่โดนน้ำเชื่อมด้วย เชื่อมจนกระทั่งฟักทองสุกและก็ใส ปิดไฟ พักไว้จนถึงเย็น ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ…

Continue Reading