About GregoryMeyers

Here are my most recent posts

บัวลอยมันส้ม ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิอร่อยๆเหนียวนุ่มกลมกล่อม

บัวลอยมันส้ม ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิอร่อยๆเหนียวนุ่มกลมกล่อม

อาหารไทย ที่ได้รับความนิยมสำหรับวันนี้ขอนำเสนอ เมนูขนมไทยโบราณ แบบง่ายๆเป็น ขนมกะทิ เป็น บัวลอยมันส้ม กลเม็ดความอร่อยของบัวลอยมันส้ม อยู่ที่ วัตถุดิบประสิทธิภาพ วิธีการเตรียมอาหาร การปรุงรส สูตรขนมบัวลอยมันส้ม ส่วนประกอบและก็วิธีการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการประกอบอาหาร เมนูกะทิ

ส่วนประกอบสำหรับทำ บัวลอยมันส้ม

  • แป้งมัน 1 กก.
  • แป้งข้าวเหนียว 1 กิโล
  • มันเทศสีส้ม 1 ลูก
  • แครอท 1 ลูก
  • น้ำอุ่น 1/2 ถ้วยตวง
  • ใบเตย 3-4 ใบ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 1 กก.
  • หางกะทิ 1 โล
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 กก.
  • เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด 1 ถ้วยตวง
  • เผือกหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง

วิธีการทำบัวลอยมันส้ม

  • เริ่มที่การนำเผือก มัน และก็ แครอท มานึ่งให้สุกก่อน โดยใช้เวลานึ่งราวๆ 30 นาที จะได้เผือกที่สุกพอดิบพอดี และไม่เละ แล้วต่อจากนั้นให้นำเผือกมาพักเอาไว้ก่อน
  • ส่วน มัน แล้วก็ แครอท ให้เอามาบดอย่างละเอียด รวมทั้งพักเอาไว้ก่อน
  • เริ่มทำแป้งบัวลอย โดย ผสม แป้งมันและก็แป้งข้าวเหนียวให้ถูกกัน ใส่น้ำอุ่นลงไป นวดให้แป้งกระดากแล้วก็จับตัวกัน
  • ใส่มันแล้วก็แครอทบดลงไปผสมกับแป้งขนมบัวลอย นวดให้แป้งกลมกลืน แล้วหลังจากนั้นให้เอามาปั้นเป็นเม็ดขนมบัวลอย ให้มีขนาดพอดิบพอดีรวมทั้งเสมอกัน ไม่ดกหรือบางเหลือเกิน
  • จัดเตรียมน้ำกะทิ โดยให้ต้มหัวกะทิ รวมทั้ง หางน้ำกะทิ ด้วยไปอ่อนๆใส่ใบเตยลงไปด้วย เมื่อน้ำกะทิแตกมัน ให้ช้อนเอาส่วนที่แตกมันเก็บใส่จานชามเอาไว้ หลังจากนั้น เพิ่มน้ำตาลปีบลงไปในหม้อต้มน้ำกะทิ เมื่อน้ำตาลละลายก็ปิดไฟได้
  • เริ่มต้มเม็ดขนมบัวลอยโดย ต้มน้ำใส่ใบเตย รวมทั้ง น้ำเชื่อม คอยให้น้ำเดือดจัด ก็เลยนำเม็ดขนมบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดขนมบัวลอย ลอยขึ้นมาหมายความว่าสุกพร้อมทานแล้ว เอามาพักใส่น้ำเชื่อมเอาไว้
  • เสริฟขนมบัวลอย โดย ใส่เม็ดบัวลอยลงไปในน้ำกะทิ พร้อมทั้งเครื่องขนมบัวลอย เป็นต้นว่า เผือกนึ่ง และก็ เนื้อมะพร้าวอ่อน เท่านี้ก็พร้อมสำหรับกินได้

เทคนิควิธีการทำบัวลอยมันส้ม

  • การเลือกใช้กะทิ จะต้องเลือกใช้กะทิที่คั้นใหม่ๆจากเนื้อมะพร้าวขูด การคั้นเอาหัวกะทิ ไม่ต้องผสมน้ำเลย จะได้กะทิที่มีความมันแล้วก็หอม ส่วนหางกะทิ เป็น เนื้อมะพร้าวที่ผสมน้ำลงไปแล้วก็คั้นจากมะพร้าวขูดรอบสอง
  • วิธีการต้มเม็ดขนมบัวลอยให้เหนียวนุ่ม จะต้องต้มน้ำเชื่อม จะได้เนื้อขนมบัวลอยที่มีความหวานแทรก แล้วก็ เนื้อกระดอน เหนียว
  • การเตรียมเผือกนึ่ง จะต้องไม่หั่นให้เล็กเหลือเกิน เหตุเพราะ เวลานึ่งอาจก่อให้เผือกเละไม่น่ากิน โดยให้แยกเสริฟ อย่านำไปใส่เอาไว้ข้างในกะทิ เนื่องจากว่ามันจะเหลวไม่น่ากิน
  • น้ำตาล สำหรับอาหารหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลป๊ีบ โดยวิธีการทำ ให้เบาๆใส่น้ำตาล จนได้ความหวานที่พอดิบพอดี ถ้าเกิดใส่เยอะเกินไป และก็ใส่ทีเดียวเลย ถ้าหวานเกินความจำเป็นจะแก้ไขยาก

 

แหล่งที่มา.. yorumdizayn.com

Continue Reading

ตะโก้เผือก ขนมไทยโบราณ ขนมตะโก้เผือก สูตรโบราณพร้อมวิธีการทำ

ตะโก้เผือก ขนมไทยโบราณ ขนมตะโก้เผือก สูตรโบราณพร้อมวิธีการทำ

วิธีการทำขนมตะโก้เผือก เผือกทำอะไรกินได้บ้าง ตะโก้เผือก กลเม็ดความอร่อยของขนมตะโก้มีอะไรบ้าง ขนมตะโก้ ขนมโบราณ สูตรขนมตะโก้เผือก รายการอาหารง่ายๆเหมาะกับคนรักวิธีการทำขนมไทยโบราณ

ส่วนประกอบสำหรับทำตะโก้เผือก

  • แป้งข้าวเจ้า 1 กิโล
  • แป้งมัน 1 ทัพพี ( สำหรับผสมแป้ง )
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • น้ำตาล 8 ช้อนโต้ะ ( สำหรับผสมแป้ง )
  • เผือก หั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  • หางกะทิ 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • แป้งข้าวโพด 1 ทัพพี
  • แป้งมัน 1 ช้อนชา ( สำหรับผสมกะทิ )
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • กระทงสำหรับใส่ตะโก้

วิธีการทำตะโก้เผือก

  • จัดเตรียมเผือก ด้วยการ นำเผือกไปนึ่ง โดยประมาณ 10 นาที ต่อจากนั้นเอามาพักเอาไว้ก่อน
  • จัดเตรียม แป้งขนมตะโก้ โดย ตั้งหมอ ความร้อนอ่อน แล้วหลังจากนั้น ใส่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และก็ น้ำกิน ลงไปกวน แล้วแต่งรสด้วยน้ำตาง กวนไปเรื่อยกระทั่งเนื้อแป้ง เป็นเสมือนเจล
  • แล้วใส่ เผือก ลงไปผสมกับแป้ง กวนให้ เผือก กระจัดกระจายทั่วแป้ง
  • ตักแป้งลงใน กระทงขนมตะโก้ ใส่ให้เต็ม กระทง แล้วหลังจากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอโรยหน้า กะทิ
  • จัดเตรียม กะทิสำหรับราดขนมตะโก้ ให้ ผสม หัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาล เกลือ แป้งข้าวโพด และก็ แป้งมัน ผสมให้ส่วนประกอบละลายเข้ากัน
  • ต่อจากนั้นนำไปต้ม เป็น นำหม้อต้มน้ำ แล้วต่อจากนั้น นำหมอที่ผสมกะทิ ลงในหมอน้ำร้อน ให้ หม้อกะทิได้รับความร้อนจากน้ำเดือด ต่อจากนั้น กวนกะทิไปเรื่อยให้เนื้อกะทิเป็นเจล เหนียว
  • ราดกะทิลงบน กระทงขนมตะโก้ รายสักสามชั้น โดยให้ใช้แรกเซ็ตตัวก่อน แล้วก็ค่อยราดชั้นถัดไป
  • เสร็จ ขนมตะโก้เผือก พร้อมกิน

เทคนิควิธีการทำ ตะโก้เผือก

  • วิธีสำหรับการเลือกซื้อเผือก ให้ ซื้อเผือกหัวใหญ่ จะได้จำนวน เนื้อเผือก ที่มาก
  • แป้งข้าวเจ้า ถ้าอยากได้เพิ่มความหอมของแป้ง ให้นำไป อบควันเทียน แล้วก็ ดอกมะลิ ก่อน 1 คืน
  • การคนแป้ง เป็นขั้นตอนสำคัญ จะต้องกวนให้แป้งสุกแล้วก็เป็นเนื้อเดียวกัน เพียงแค่นั้น แป้ง ก็เลยจะอร่อย
  • การนึ่งเผือก ถ้าเกิด เผือก มีจำนวนมาก สามารถขยายเวลานึ่งได้ ตามสมควร แม้กระนั้น การนึ่งเผือก อย่าให้เผือกเหลวเกินความจำเป็น จะก่อให้ ขนมตะโก้ มิได้รสเผือก
  • การกวนกะทิ เป็นขั้นตอนสำคัญ ให้ผสมส่วนประกอบของน้ำกะทิให้เสร้จก่อน นำขึ้นก้วน และก็กวนลักษณะต้ม จะมีผลให้ความร้อนไปถึงกะทิไม่มากมายและก็เร็วเหลือเกิน จะได้ เนื้อกะทิ เนียน นุ่ม อร่อย

 

แหล่งที่มา.. yorumdizayn.com

Continue Reading

ข้าวต้มมัด ขนมไทยโบราณ เมนูของว่าง ข้าวเหนียวนึ่งกะทิ

ข้าวต้มมัด ขนมไทยโบราณ เมนูของว่าง ข้าวเหนียวนึ่งกะทิ

ข้าวต้มมัด หรือที่บางบุคคลเรียกว่า ข้าวต้มผัด เป็นของหวาน ของกินเล่น ที่คนจำนวนไม่น้อยถูกใจ แต่ว่าโดยมากจะใช้ไส้กล้วยกับถั่วดำ ข้าวต้มมัด ของกินไทย เมนูกล้วย อร่อยๆส่วนประกอบและก็วิธีการทำ เข้าใจง่าย เหมาะกับคนรักการทำอาหาร เมนูข้าวเหนียว

ส่วนประกอบสำหรับทำ ข้าวต้มมัด

  • ข้าวเหนียว 2 ถ้วย ( ข้าวเหนียวใหม่)
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด สำหรับโรยหน้าขนม
  • งาขาวคั่ว สำหรับโรยหน้าขนม
  • น้ำตาลทราย ครึ่งถ้วย
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • กล้วยน้ำหว้าห่ามๆ5 ลูก
  • ใบตอง และก็ ตอก สำหรับห่อใบตอง

วิธีการทำข้าวต้มมัด

  • เครียมถั่วดำ โดยการนำถั่วดำไปแช่น้ำก่อน 1 คืน จากนั้นำไปตัมให้ถั่วดำสุก ให้นำถั่วดำไปแช่น้ำเย็นให้ถั่วดำเซ็ตตัว
  • จัดเตรียมข้าวเหนียว สำหรับก่อนที่จะมีการนึ่งข้าวเหนียวให้ แช่ข้าวเหนียวก่อน 1 คืนในน้ำอุณหภูมิปกติ
  • จัดเตรียมกะทิ โดยคั้นน้ำกะทิ เอาหัวกะทิสด ข้นๆนำไปกรองอย่าให้มีอะไรที่สกปรกเจือปน แล้วนำไปปรุงรสกะทิ ด้วยการ ต้มหัวกะทิ น้ำตาลทราย และก็ เกลือ ให้เหมาะต้มด้วยไฟอ่อนๆอย่าให้กะทิแตกมัน
  • จะได้น้ำกะทิอุ่นๆให้นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำลงไปผสมกับกะทิ ทิ้งไว้ให้น้ำกะทิซึมเข้าเนื้อข้าวเหนียว สังเกตุจากน้ำกะทิจะเบาๆแห้งลง ข้าวเหนียวจะพร้อมสำหรับเอามาทำของหวาน
  • จัดเตรียมกล้วย โดยให้ปลอกเปลือกกล้วยแล้วก็ทำ ผ่าครึ่งผลกล้วย
  • เริ่มการห่อ โดย วาง ถั่วดำก่อน และก็ตามด้วย ข้าวเหนียว และก็ กล้วย ด้วยใบตอง เอามาประกอบคู่ รวมทั้ง ผูกด้วยตอก
  • การนึ่ง ให้จัดเตรียมหม้อนึ่ง ตั้งไฟให้ร้อน นำขนมข้าวต้มห่อใบตอง ไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาราว 45 นาที เสริฟขนมข้าวต้มมัดใส่จานขนม โรยมะพร้าวขูด แล้วก็ งาคั่ว

เทคนิควิธีการทำข้าวต้มมัด

  • ข้าวเหนียวใช้ข้าวเหนียวใหม่ หรือ ข้าวเหนียวกลางปี ด้วยเหตุว่าข้าวเหนียวจะนุ่ม เนื้อข้าวจะเนียนไม่เป็นเม็ดข้าว
  • กล้วยใช้กล้วยน้ำว้า ห่ามๆเป็น กล้วยแทบสุก กล้วยจะเป็นชิ้นน่ากิน มีรสหวาน และก็ ไม่เหลว
  • ถั่วดำ จำเป็นต้องคัดเลือกเม็ดเสียออกก่อน เนื่องด้วยเม็ดเสียจะมีผลให้ของกินมีกลิ่นหืน แนวทางการคัดเลือกเม็ดถั่วดำเป็น นำไปแช่น้ำและก็ เม็ดที่ลอยเป็นเม็ดที่เสีย แล้วก็อีกหนึ่งแนวทาง เป็น จะต้องล้างถั่วดำให้สะอาด จนถึงน้ำใส
  • งาขาวคั่ว จำต้องคั่วใหม่ๆก็เลยจะได้งาขาวที่หอมเพิ่มความอร่อยให้กับของกิน
  • มะพร้าวขูด ให้นำไปนึ่งก่อน การนึ่งมะพร้าวขูดจะมีผลให้เนื้อมะร้าวไม่เปรี้ยว และไม่เสียเร็ว

 

แหล่งที่มา.. yorumdizayn.com

Continue Reading

มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมไทยโบราณ เมนูมะพร้าว ของหวานจากมะพร้าว

มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมไทยโบราณ เมนูมะพร้าว ของหวานจากมะพร้าว

มะพร้าวแก้ว ใบเตย ขนมไทยโบราณ เนื้อมะพร้าวทึมทึกขูดเป็นเส้น หรือ เป็นแผ่น เอามาคลุกกับน้ำตาลเชื่อม ความเนียวนุ่มของมะพร้าว กับความหวานของน้ำตาล ให้ความหวาน มัน ตามแบบฉบับของ อาหารหวานแบบไทยๆ

ส่วนประกอบสำหรับทำ มะพร้าวแก้ว ใบเตย

  • เนื้อมะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบเตย 1 กำ หั่นเป็นท่อนๆ

วิธีการทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  • จัดเตรียม น้ำใบเตย ก่อน โดยนำใยเตยไปปั่นในน้ำและก็เอามาคั้นรวมทั้งกรองมัวแต่น้ำในเตย จะได้สีเขียวแบบธรรมชาติ
  • เคี้ยวน้ำตาลกับเกลือให้น้ำตาลเหนียวหลังจากนั้นนำน้ำใบเตยลงไปผสม จะได้น้ำตาลหวานๆสีเขียว เคี้ยวถึงแม้ว่าจะน้ำตาลงง่วน และก็ เหนียว
  • นำ เส้นมะพร้าวขูด ลงไปผสมกับน้ำตาล
  • นำ เส้นมะพร้าว ที่คลุกน้ำตาลมาปั้นเป็นชิ้น ตากลมให้แห้ง มะพร้าวจะจับตัวกันจนมีลักษณะเป็นก้อน สามารถกินได้

เทคนิควิธีการทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  • น้ำใบเตย ให้ใช้น้ำที่คั้นจาก ใบเตยสด จะให้สีเขียวและก็ความหอมของใบเตยแบบะรรมชาติ ให้ความอร่อยแบบเจ้าตำรับ
  • น้ำตาล ให้ใช้มะพร้าว น้ำตาลปี๊บ ซึ่งความหวานของน้ำตาลให้ความหอมรวมทั้งหวานแบบแป๊บ
  • มะพร้าว ใช้ เนื้อมะพร้าวแก่ ด้วยเหตุว่าเนื้อมะพร้าวมีความเหนียวนุ่ม สามารถเอามาทำเป็นเส้นได้
  • มะพร้าวของเพรชบุรี เป็นมะพร้าวที่มีความหวานแล้วก็หอม
  • การเคี้ยวน้ำตาลให้ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมของน้ำเชื่อม

 

แหล่งที่มา.. yorumdizayn.com

Continue Reading

บัวลอยแก้ว สูตรขนมหวาน รายการอาหารน้ำกะทิแสนอร่อยทำยังไง

บัวลอยแก้ว สูตรขนมหวาน รายการอาหารน้ำกะทิแสนอร่อยทำยังไง

บัวลอยแก้ว ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิ เม็ดบัวลอยแก้วที่เหนึยวนุ่ม กรอบ กะทิเข้มข้นไม่หวานจัดเกินไป ทานรวมกับเครื่องแนมต่างๆอย่าง เผือก มะพร้าวอ่อน ข้าวโพด แล้วก็ สาคูเม็ดใหญ่ เทคนิควิธีการทำบัวลอยแก้วทำอย่างไร

ส่วนประกอบสำหรับทำ บัวลอยแก้ว

  • แป้งมัน 1 กก.
  • น้ำอุ่น 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตย 3 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 1 กก.
  • หางกะทิ 1 กิโล
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 กก.
  • เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด 1 ถ้วยตวง
  • เผือกหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง
  • พักทองหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง
  • สาคูเม็ดใหญ่ 1 ถ้วยตวงฃ

วิธีทำบัวลอยแก้ว

  • จัดเตรียมสาคูเม็ด โดยการนำสาคูเม็ดใหญ่ลงไปต้มในน้ำเดือด ตรงเวลา 15 นาที แล้วต่อจากนั้นนำไปแช่น้ำเย็นในทันที แล้วต่อจากนั้น แช่ทิ้งเอาไว้ 1 คืน
  • แล้วต่อจากนั้นนำสาคูลงไปต้มอีกรอบ ราวๆ 15 นาที จะได้สาคูที่ สุกพอดิบพอดีกิน ต่อจากนั้นให้เอามาพักใส่น้ำเย็นเอาไว้ก่อน
  • นำเผือก และก็ ฟักทอง มานึ่ง ใช้เวลานึ่งโดยประมาณ 30 นาที จะได้เผือก รวมทั้ง ฟักทองที่ สุกพอดิบพอดี ไม่เหลวเหลือเกิน
  • เริ่ม จัดแจง ทำเม็ดขนมบัวลอย โดย นำแป้งสิงคโปร์ผสมกับน้ำอุ่นผสมเกลือ ใส่น้ำใบเตยลงไป หลังจากนั้นนวดจนได้เนื้อแป้งที่เนียน เอามารีด แล้วก็ หั่นเป็นลูกเต๋า
  • แล้วต้มน้ำใส่ใบเตย แล้วก็ น้ำเชื่อมลงไป รอคอยให้น้ำเดือดจัด นำเม็ดขนมบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดขนมบัวลอย ลอยขึ้นมาแปลว่าสุกพร้อมทานแล้ว เอามาพักใส่น้ำเชื่อมเอาไว้
  • จัดเตรียมกะทิ ให้ต้มหัวกะทิ รวมทั้ง หางน้ำกะทิ เมื่อน้ำกะทิแตกมัน ให้ช้อนเอาส่วนที่แตกมันเก็บใส่จานชามเอาไว้ แล้วต่อจากนั้น เพิ่มเติมน้ำตาลปีบลงไปในหม้อต้มน้ำกะทิ เมื่อน้ำตาลละลายก็ปิดไฟได้
  • นำขนมบัวลอยที่ต้มเอาไว้แล้ว ลงไปในน้ำกะทิ พร้อมทั้ง สาคูเม็ดใหญ่ เผือก ฟักทอง รวมทั้ง มะพร้าวอ่อน ผสมกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากัน เท่านี้ก็พร้อมสำหรับกินได้

เทคนิควิธีการทำบัวลอยแก้ว

  • น้ำกะทิ จะต้องเลือกใช้มะพร้าวขูดใหม่ๆคั้นน้ำกะทิใหม่ๆการคั้นหัวกะทิ จำเป็นจะต้องไม่ผสมน้ำเลย จะได้น้ำกะทิที่มีความมันแล้วก็หอม
  • การต้มขนมบัวลอย ให้ใช้น้ำเชื่อมต้ม จะได้เนื้อขนมบัวลอยที่มีความหวานแทรก และก็ เนื้อกระเด้ง เหนียว
  • สาคูเม็ดใหญ่ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่โล่ง เป็น ต้มก่อน แล้วแช่ทิ้งเอาไว้ 1 คืน ก่อนจะต้มอีกรอบ ก็เลยจะได้สาคูที่นุ่มหนึบ
  • การหั่น เผือก แล้วก็ ฟักทอง ไม่หั่นให้เล็กเกินความจำเป็น เนื่องจากว่า เวลานึ่งอาจจะส่งผลให้ เผือก และก็ ฟักทอง เหลว ไม่น่ากิน
  • น้ำตาล สำหรับของหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลป๊ีบ โดยวิธีการทำ ให้เบาๆใส่น้ำตาล จนได้ความหวานที่พอดิบพอดี ถ้าเกิดใส่มากเกินความจำเป็น แล้วก็ใส่ทีเดียวเลย ถ้าหากหวานเหลือเกินจะแก้ไขยาก

Continue Reading

กล้วยเชื่อม สูตรขนมไทยโบราณ เมนูเชื่อม ขนมหวานจากกล้วย

กล้วยเชื่อม สูตรขนมไทยโบราณ เมนูเชื่อม ขนมหวานจากกล้วย

กล้วยเชื่อม เป็น ขนมไทยโบราณ เมนูกล้วย วิธีการทำกล้วยเชื่อม ง่ายๆทำรับประทานเองที่บ้านได้ เมนูเชื่อม ขนมกล้วยเชื่อมทำเช่นไร ต้องการรับประทานของหวานจากกล้วย เทคนิคการเลือกวัตถุดิบ รวมทั้ง วิธีการทำของหวาน กล้วยทำอะไรกินได้บ้าง

ส่วนประกอบสำหรับทำขนม กล้วยเชื่อม

  • กล้วยน้ำหว้า 1 หวี ( เลือกกล้วยที่สุกห่ามๆครึ่งสุกครึ่งดิบ เพราะว่าจำทำให้กล้วยไม่อ่อนเกินไป )
  • น้ำตาล 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปูนใส 1 หม้อ

วิธีการทำของหวานกล้วยเชื่อม

  • ปลอกเปลือกกล้วย แล้วก็หั่นเป็นชิ้นเจอคำโดยความยาวต่อชิ้นราว 1 นิ้ว
  • นำไปแช่น้ำปูนใส ราว 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น ล้างน้ำปูนใสออกให้หมด
  • หลังจากนั้นจัดแจงหม้อ ต้มน้ำเชื่อม โดยใส่ น้ำตาล เกลือ รวมทั้ง น้ำกิน
  • นำกล้วยลงไปเคี่ยวในหม้อ ใช้ไฟอ่อนๆสังเกตุสีให้ออกแดง แล้วก็สักเกตุน้ำเชื่อมในหม้อ ถ้าเกิดแห้งให้เบาๆเพิ่มน้ำครั้งละนิด
  • สังเกตุเพียงพอสีเปลี่ยนแปลงถึงที่กะไว้ ก็เสริฟใส่ถ้วยชาม พร้อมกิน

เทคนิควิธีการทำกล้วยเชื่อม

  • การเลือกกล้วย ซึ่งกล้วยที่เหมาะที่จะนำมาทำ กระเป๋าน กล้วยน้ำว้า เลือกกุ้งที่ห่ามๆเทคนิควิธีการทำ เป็น การนำกล้วยไปแช่น้ำปูนใส การแช่กล้วยในน้ำปูนใส จะช่วยทำให้กล้วยแข็งกรอบ เวลารับประทานจะก่อให้กล้วยมีความเหนียวหนึบ
  • การหั่นกล้วยสำหรับ เอามาเชื่อมนั้น ไม่เหมือกับ กล้วยทอด นะ ให้หั่นกล้วยตามแนวขวาง เป็น ท่อนดก จะได้กล้วยกรอบอร่อย
  • น้ำตาล สำหรับเอามาเชื่อมกล้วยนั้น จำเป็นต้องใช้น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายจะซึมขาดทุนกล้วยได้ง่าย ทำให้กล้วยหวานน้ำตาล
  • ของหวานกล้วยเชื่อม จะเหมาะกับทานคู่กับน้ำกะทิ ซึ่ง น้ำกะทิ จะต้องผ่านการปรุงรส ควรเป็น น้ำกะทิคั้นสด จะได้กะทิที่หอมมัน ใส่เลือกนิดเดียว รวมทั้ง แป้งมันนิดหนึ่ง ให้กะทิมีความค้นๆจะเป็นการเพิ่มรสของน้ำกะทิ

Continue Reading

เผือกกวน ขนมไทยโบราณ สูตรขนมหวานจากเผือก พร้อมขั้นตอนการทำ

เผือกกวน ขนมไทยโบราณ สูตรขนมหวานจากเผือก พร้อมขั้นตอนการทำ

เผือกกวน ขนมหวาน ขนมจากเผือก ส่วนประกอบแล้วก็ วิธีการทำ เข้าใจง่าย เหมาะกับคนรักวิธีการทำ ของหวาน เมนูกวน

ส่วนประกอบสำหรับทำ เผือกกวน

  • เผือกดิบ ครึ่งกิโล
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีการทำเผือกกวน

  • ปลอกเปลือกเผือกออก หลังจากนั้นนำไปนึ่งให้สุก หลังจากนั้นบดให้รอบคอบ
  • นำหัวกะทิ ผสม น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ รวมทั้งเกลือ ผสมให้เข้ากัน
  • นำไปผสมกับเผือกนึ่งบด แล้วก็กวนไปเรื่อยจนถึงเผือกเริ่มเหนียวแล้วก็กะทิแห้ง
  • นำเผือกใส่แท่นพิมพ์ แล้วก็เสริฟ ของหวานอร่อยๆจากเผือก

เทคนิควิธีการทำเผือกกวน

  • การเลือกเผือก ให้เลือกเผือกหัวใหญ่ๆเนื่องจากว่าเผือกหัวใหญ่ๆจะให้เนื้อเผือกมากมาย เอามาทำขนมได้จำนวนมาก
  • ให้นำเผือก มาปลอกเปือก และก็ แช่น้ำเอาไว้ก่อน ให้เผือกอมน้ำ เวลานำไปนึ่ง จะได้เนื้อเผือกนุ่มๆและก็ สุกง่าย เวลาเอามาบด จะได้รสเนียนๆ
  • น้ำตาล สำหรับ เหมาะเอามาทำขนมเผือกกวน ให้เลือกใช้ น้ำตาลปีบ ความหวาน รวมทั้ง ความหอม ของขนมเผือก เหมาะสำหรับนำมาทำขนมไทยโบราณ ทุกจำพวก
  • กะทิ สำหรับ เอามาผสมเผือก ให้เลือกใช้ น้ำกะทิคั้นใหม่ๆความหอมของกะทิคั้นสด ให้ความหอม และก็ มันแบบธรรมชาติ การคั้นน้ำกะทิ ให้กระทำกรองด้วยผ้าขาวบาง อย่าให้มีเศษเปรอะเปื้อน ปนกะทิ
  • กะทิ ให้ทำนำไปบด กับน้ำตาลปี๊บก่อน ใส่เกลือบางส่วน ให้เกิดรสที่กลมกล่อมละมุนละไม

Continue Reading

ข้าวเหนียวทุเรียน ขนมหวานจากข้าวเหนียวรวมทั้งทุเรียน แสนอร่อย

ข้าวเหนียวทุเรียน ขนมหวานจากข้าวเหนียวรวมทั้งทุเรียน แสนอร่อย

ข้าวเหนียวทุเรียน เป็น ขนมหวาน ขนมไทยโบราณประจำหน้าร้อน ส่วนประกอบและก็วิธีการทำ เข้าใจง่าย เหมาสะสำหรับคนรัก วิธีการทำขนมไทยโบราณ รายการอาหารข้าวเหนียวมูน เทคนิคทำของหวาน สูตรข้าวเหนียวทุเรียน ให้อร่อย ขนมไทยโบราณ กลิ่นหอมหวน ข้าวเหนียวทุเรียน เมนูเอาอกเอาใจ คนชอบกินทุเรียน

ส่วนประกอบสำหรับทำ ข้าวเหนียวทุเรียน

  • ทุเรียน 1 ลูก
  • หัวกะทิ 1 ลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนโต้ะ
  • ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดูวิธีการทำข้าวเหนียวมูน

วิธีการทำข้าวเหนียวทุเรียน

  • ฉีก ทุเรียน ให้เป็น เส้น แล้วต่อจากนั้นพักไว้ก่อน
  • ต้ม หัวกะทิ กับ น้ำตาล แล้วก็ เกลือ ให้ส่วนประกอบเข้ากันแล้วใส่ ทุเรียน ที่ฉีกเป็นเส้นลงไป
  • เสริฟ ข้าวเหนียวมูน ใส่จานราดด้วย น้ำกะทิทุเรียน

สูตรข้าวเหนียวทุเรียน สูตรเชฟไรท์

ประกอบด้วย น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ เนื้อทุเรียนฉีก เกลือ โดยวิธีการทำ ต้มน้ำกะทิพออุ่น เบาๆใส่น้ำตาลปี๊บ พอน้ำตาลละลาย ใส่เนื้อทุเรียนลงไป เพิ่มเกลือ พักให้เย็น เวลาเสริฟข้าวเหนี้ยวทุเรียน ใส่ข้าวเหนียวมูนกับน้ำกะทิรวมทั้งเนื้อทุเรียน

สูตรข้าวเหนียวทุเรียย สูตรเชฟปุก

  • ทำ ข้าวเหนียวมูน สูตรทำข้าวเหนียวมูน โดย ใช้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู กะทิ น้ำตาลทราย เกลือ โดยแต่งรส น้ำกะทิ ก่อน ด้วย น้ำตาล เกลือ แล้วก็ กะทิ ผสมให้ละลายถูกกัน แล้วต่อจากนั้น นึ่งข้าวเหนียว ให้พอสุก กึ่งสุกกึ่งดิบ ต่อจากนั้นนำนำข้าวเหนึ่ยวนึ่งออกมาใส่หม้อ สำหรับมูน ใส่น้ำกะทิร้อนๆลงไป ผสมไม่ต้องกวนแรง สักครู่ เหลว พักไว้ให้เย็น และก็ ข้าวเหนียวดูดน้ำน้ำกะทิ
  • ทำ น้ำกะทิทุเรียน โดยใช้ เนื้อทุเรียนสุกฉีก น้ำกะทิ เกลือป่น น้ำตาลปีบ วิธีการทำ ใส่ น้ำกะทิ ลงไปต้มไฟอ่อนๆอย่าให้เดือดเกิน ใส่ เกลือ แล้วก็ น้ำตาล ลงไป หลังจากนั้นใส่ เนื้อทุเรียน ลงไป ปิดไฟ รอให้เย็น ให้ ทุเรียน ดูดน้ำกิทะ
    เสริฟ ข้าวเหนียวทุเรียนโดย ใส่ น้ำกะทิทุเรียน กับ ข้าวเหนียวมูน

เทคนิควิธีการทำข้าวเหนียวทุเรียน

  • ข้าวเหนียวทุเรียนใช้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวเหนียวเก่า จะได้ ข้าวเหนียวมูน งามๆเม็ดงาม ไม่เละ แต่ว่าแม้ใช้ ข้าวใหม่ หรือ ข้าวกลางปี บางทีอาจเหลวได้
  • กะทิ ใช้น้ำกะทิคั้นใหม่ๆจะได้รสอร่อยกว่าน้ำน้ำกะทิกล่อง หรือ น้ำกะทิสำเร็จรูป
  • ทุเรียน ใช้ ทุเรียนสุก แต่ว่าไม่แก่ ถ้า ทุเรียนแก่ จะเหลว ทุเรียนห่าม จะแข็ง
    สำหรับ รายการอาหารข้าวเหนียวทุเรียน เป็น ของหวาน ที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนอ้วน เป็น โรคหัวใจและก็โรคเบาหวาน เพราะ น้ำตาล ไขมัน คอเรสเตอรัส สูง แม้กระนั้นการมี ของกินอร่อย รับประทาน เป็น อาหารตามฤดู ต้องห้ามพลาด ข้าวเหนียวทุเรียน ชาวไทยคนจำนวนไม่น้อย รอให้ถึงฤดูร้อน ต้องการจะรับประทานทุเรียน ส่วนประกอบสำหรับทำข้าวเหนียวทุเรียน ขึ้นกับความชื่นชอบของแต่ละคน

Continue Reading

กล้วยแขก สูตรกล้วยทอด ของหวานยอดฮิต พร้อมแนวทางการทำ

กล้วยแขก สูตรกล้วยทอด ของหวานยอดฮิต พร้อมแนวทางการทำ

กล้วยแขก ของกินทอดของไทย ขนมหวาน เมนูกล้วย วิธีการทำกล้วยทอด กล้วยๆสามารถทำรับประทานเองได้ เทคนิควิธีการทำเป้นอย่างไร การเลือกกล้วย การผสมแป้ง แล้วก็ การทอด ขนมไทยโบราณสำหรับวันนี้

ส่วนประกอบสำหรับทำ กล้วยแขก

  • กล้วยไข่ สุกพอดี 8 ลูก
  • แป้ง สำหรับทำแพนเค้ก 2 ถ้วยตวง
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
  • นมสด 100 ซีซี
  • น้ำมัน สำหรับทอด

วิธีการทำกล้วยแขก

  • หั่นกล้วยเป็นชิ้นยาว 1 ลูกให้ได้ 3 ชิ้น
  • ผสมแป้ง โดย แป้งแพนเค้ก ผสม ไข่ไก่ น้ำตาล รวมทั้ง นมสด แล้วนำ กล้วยลงไปชุบแป้ง
  • ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อนไฟปานกลาง หลังจากนั้นนำ กล้วยลงไปทอด ให้สุกเหลืองทองกรอบ
  • เอามาพักให้สะเด็ดน้ำมัน

เทคนิควิธีการทำกล้วยแขก

  • กล้วย ที่ใช้ในการทำกล้วยแขก พวกเราใช้กล้วยเกือบสุก เพราะกล้วยสุก เวลาทอดแล้วกล้วยจะเหลว แต่ว่าแม้ใช้กล้วยดิบเกินไป กล้สยแขก จะฝาด และไม่หวาน โดยเหตุนั้น กล้วยที่เหมาะกับทำกล้วยทอด เป็น กล้วยเกือบจะสุก
  • น้ำมัน ที่ใช้ใน การทอด ให้ใช้ น้ำมันใหม่ ไม่นำน้ำมันเก่ามาทอดใหม่
  • น้ำมัน ที่ใช้ใน การทอดกล้วยแขก ถ้าเกิดต้องการใหม่มีความหอมเยอะขึ้นเรื่อยๆ ให้ใส่ ใบเตย ลงไปทอดด้วย
  • สูตรแป้งให้ใส่งาขาวลงไปผสมด้วย งาขาวจะช่วยเพิ่มความหอมให้กับ รายการอาหารกล้วยทอด
  • นมสด จะช่วยทำให้ แป้งมีความมัน เวลานำไปทอด แป้งจะเนียนนุ่ม น่าอร่อย นมสด จะไม่ทำให้ แป้งแข็งกระด้าง
  • สูตรกล้วยแขก เป็น ขนมไทยโบราณ ประเภทหนึ่งซึ่งปรุงโดยการนำ กล้วยหั่นน้อยมยาว ชุบด้วยน้ำแป้งซึ่งมีส่วนผสมหลักโดยธรรมดาของ แป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี น้ำตาล เกลือป่น งา

Continue Reading

ขนมครก ขนมหวานไทย อร่อยๆเมนูขนมทอดหวานหอมกะทิ

ขนมครก ขนมหวานไทย อร่อยๆเมนูขนมทอดหวานหอมกะทิ

ขนมครก ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิ วิธีการทำขนมครก ง่ายๆสามารถทำรับประทานเองที่บ้านได้ เป็นของหวานทอดบนกระทะหลุม กลเม็ดความอร่อยของขนมไทยโบราณ ประเภทนี้ค เป็น แป้งแล้วก็กะทิ ที่แป้งจะต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสที่กลมกล่อมละมุนละไม พอดิบพอดีไม่หวานเกินไป

ส่วนประกอบสำหรับทำแป้ง ขนมครก

  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
  • เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )
  • น้ำมันพืช

วิธีการทำ ขนมครก

  • เริ่มผสมแป้ง โดยจัดเตรียมภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสและก็กะทิลงไป และก็ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด รวมทั้ง แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนประกอบทั้งปวงละลายกลมกลืน ทิ้งเอาไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวสุดกำลัง
  • เริ่มผสมกะทิ โดยจัดเตรียมภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปีบ เกลือป่น แล้วก็ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนประกอบละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 30 นาที
  • จัดเตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดถูหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายมากยิ่งขึ้น
  • เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อแป้งกรอบเป็นทรงขนมครก แล้วต่อจากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาราวๆ 15 นาที
  • เมื่อแป้งเซ็ตตัวถึงที่กะไว้ราวๆ 50% แล้ว ให้เพิ่มกะทิลงไปให้เต็มหลุม และก็ปิดฝาอบต่อให้ขนมครกเต็มหลุมแล้วก็เป็นชิ้น
  • เมื่อน้ำกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามที่ใจต้องการ เมื่อท๊อปปิ้งสุกสุดกำลัง ก็แกะขนมครก และก็ วางประกบกันให้มีความสวยงาม

เทคนิควิธีการทำขนมครก

  • กะทิสำหรับทำขนม ให้ใช้กะทิคั้นสด ความใหม่ของกะทิจะให้ความหอมอร่อยแบบธรรมชาติ
  • แป้งข้าวเจ้า จะช่วยทำให้ขนมสามารถจับเป็นชิ้นได้ แม้กระนั้นจะต้องใส่แป้งไม่มากจนเกินความจำเป็นก็เลยจะให้ความอ่อนนุ่มของของหวาน
  • ไฟที่ใช้สำหรับในการทอดขนมครก ให้เลือกใช้ไฟอ่อนๆรวมทั้ง จะต้องได้เรื่องร้อนที่ทั่วแล้วก็เสมอกันอีกทั้งกระทะหลุม
  • ท๊อปปิ้ง สามารถเลือกใช้ตามที่ใจต้องการ เพื่อเครื่องสุกอรอ่ย สามารถทำให้ท๊อปปิ้งสุกก่อนก็สามารถทำเป็น
    สำหรับการผสมแป้งรวมทั้งน้ำกะทิ จำเป็นต้องกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อของหวานสะอาดไม่มีเศษสกปรกติดมาด้วย
    การผสมแป้ง สามารถใส่สีผสมอาหารกางธรรมชาติ ดังเช่น น้ำใบเตย หรือ น้ำอัญชัน เพื่อเพิ่มสีสันให้ขนมครกได้
  • น้ำปูนใส เป็นส่วนประกอบที่ทำให้แป้งกรอบเวลานำไปทอด ถ้าเกิดไม่ใส่น้ำปูนใสแป้งจะนุ่มไม่อร่อย จำเป็นต้องให้กรอบนอกนุ่มใน หวานกะทิ ก็เลยได้ขนมที่อร่อย
  • น้ำตาลที่ใช้สำหรับการผสมของหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ เหมาะกับทำขนมไทยโบราณที่สุด

Continue Reading